General

ภาพลวงตา มายาสะกดจิต

posted on 03 Nov 2010 22:59 by florre  in General
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image

edit @ 4 Nov 2010 00:15:18 by luz

 
โปรดระวัง!!..อันตรายมากครับ
ระวัง!!! กุ้งลักษณะนี้ไว้ให้ดีนะคะ..ดูคล้าย Mini Lobster แต่...ไม่ใช่ค่ะ !!!
กุ้ง เหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้เพื่อกำจัดขยะต่างๆ ในบ่อบำบัดน้ำเสีย ยิ่งน้ำสกปรกมากเท่าไร...กุ้งเหล่านี้ก็จะยิ่งเจริญเติบโตเร็วมากขึ้นเท่า นั้น ปอดของมันเต็มไปด้วยพยาธินานาชนิด เนื้อของมันก็อุดมไปด้วยพิษโลหะ คงจะพวกพ่อค้าที่ไร้จริยธรรมนั่นแหละที่นำกุ้งเหล่านี้มาจำหน่ายให้แก่ผู้ บริโภค

จำไว้ให้ดีว่า อย่าสั่งกุ้งเหล่านี้มารับประทานอย่างเด็ดขาด และช่วยส่งต่อเรื่อง "กุ้ง Lobster เล็ก" นี้ไปให้เพื่อน ๆ ของคุณที่อาจจะอยากลองทานรับทราบด้วยนะคะ

Please be alert of this food item..it may infect your lung.
Image
Image
Image

Do not eat these Mini Lobsters.

These mi ni crustaceans are literally the garbage cleaners in the sewage treatment plants.

The 'dirtier' the water, the fatter these mini lobsters become.

Their lungs are full of worms and their flesh saturated with poisonous metals.

Unscrupulous merchants somehow found a way to get these marketed to eateries.
Remember :
Do not order this dish. Pass this to those friends who may want to try these dangerous 'Mini Lobsters'.
 
 
Credit : Paiking

edit @ 4 Nov 2010 00:15:29 by luz

 
ศูนย์บริการล้างรถ “แพงที่สุดในโลก” ที่นำมารายงานในวันนี้ ไม่ใช่ศูนย์คาร์วอชขนาดใหญ่ที่ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา หรือใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล แต่เป็นศูนย์บริการที่อยู่ภายในโรงจอดรถของบ้านหลังหนึ่งในแถบดาร์บี้เชอร์ ประเทศอังกฤษ


เจ้าของศูนย์บริการล้างรถแห่งนี้เป็นหนุ่ม หล่อชาวอังกฤษ วัย 30 ปี ที่มีชื่อว่า นายกูร์จาร์น ซาโฮต้า (Gurcharn Sahota) เขาอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อแม่ แถมยังยึดโรงรถของทางบ้านมาเปิดเป็นศูนย์ล้างรถที่มีชื่อว่า “อีลีท ดีเทลลิ่ง” โดยออกแบบพื้นที่สำหรับขัดใต้ท้องรถให้มีลักษณะเดียวกับพิตของรถแข่งฟอร์มู ล่า วัน ทั้งยังลงทุนปูพื้นและผนังศูนย์บริการแห่งใหม่ในเมืองวูซสเตอร์ (Worcester) ด้วยกระเบื้องชนิดพิเศษจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยสะท้อนผงฝุ่นที่เกาะอยู่บนตัวรถ
 
 

บรรดาลูกค้าที่ส่งรถยนต์คันโปรดมา ให้เขา ดูแล ประกอบด้วยมหาเศรษฐีและเหล่าคนดังมากมาย อาทิ ร็อคสตาร์ นักฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นักแสดง ทนายความ และนักค้าหลักทรัพย์ ที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกสะเก็ดแค่ไหน และค่าบริการจะแพงแสนแพงเพียงใด พวกเขาก็ยังส่งรถยนต์หรูมาให้นายซาโฮต้าดูแลกันอย่างไม่ขาดสาย เพราะเมื่อเทียบกับมูลค่ารถยนต์ที่พวกเขามีไว้ในครอบครองแล้ว ค่าบริการของนายซาโฮต้ายังถือว่า “เล็กน้อย” มาก
 
 
สำหรับค่าบริการมาตรฐานที่ศูนย์ล้างรถ แห่งนี้ เริ่มต้นที่ราคา 700 ปอนด์ (กว่า 3.4 หมื่นบาท) โดยรถที่ใช้บริการดังกล่าวจะผ่านการขัดใน 2 ขั้นตอน เพื่อลบรอยขีดข่วน และทำให้สีรถใสสว่างมากยิ่งขึ้น


ส่วนรถยนต์ที่เจ้าของยอมจ่ายค่า ล้างสูงถึง 7,200 ปอนด์ (กว่า 3.5 แสนบาท) ก็ จะได้รับการดูแลทำความสะอาดแบบล้ำลึก รวมทั้งการขัดสีโดยใช้กระดาษทรายชนิดที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้สีมีความหนาเท่ากันตลอดทั้งคัน จากนั้นก็ขัดซ้ำด้วยเครื่องมืออีก 3 ขั้นตอน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สีสว่างสดใสแล้ว ยังทำให้พื้นผิวมันวาวและสะท้อนเป็นเงาได้อย่างสมบูรณ์สวยงามอีกด้วย


บริการ ดังกล่าวยังรวมถึงการเคลือบสีรถด้วยปาล์มแวกซ์ “คานาอูบา” (carnauba) ชนิดที่มีความเข้มข้นสูง (นำเข้าจากบราซิล) ถึง 3 ชั้น (ถ้าเลือกใช้บริการแบบมาตรฐานจะเคลือบให้ชั้นเดียว) ซึ่งระหว่างดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวนั้น ชิ้นส่วนที่ทำจากพลาสติกจะถูกปิดทับด้วยเทปชนิดพิเศษที่มีราคาสูงถึง 2,500 บาทต่อ 15 มิลลิเมตรเลยทีเดียว
 
 
นายซาโฮต้า เปิดเผยว่า ลูกค้าที่นำรถยนต์มาใช้บริการระดับพรีเมี่ยม มักเป็นนักสะสมรถยนต์ที่เห็นรถเป็นเหมือนเครื่องประดับล้ำค่าหายาก และมีไว้สำหรับจัดแสดงหรือนำออกโชว์ตามงานสำคัญต่างๆ แทนที่จะนำไปขับตามท้องถนน ซึ่งรถยนต์ที่ถูกเจ้าของดูแลประคบประหงมในลักษณะนี้จะต้องการการดูแลแบบล้ำ ลึกจากเขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยรถแต่ละคันจะใช้เวลาในการดูแลทำความสะอาดนาน 250 ชั่วโมงหรือประมาณ 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ลงมือทำงานไม่ว่าจะเป็นบริการแบบมาตรฐานหรือบริการแบบ (ที่มีราคาแพงเป็น) พิเศษ เขาจะเริ่มต้นทำความสะอาดรถทุกคันภายใต้วิธีการและเทคนิคเดียวกัน ทั้งการใช้ถุงมือสำหรับทำความสะอาดที่ผลิตจากขนแกะ น้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยฟองของน้ำยาทำความสะอาดที่มีค่าพีเอช (Ph) เป็นกลาง และใช้น้ำยาล้างไขมัน/คราบสกปรกที่ผลิตจากสารสกัดจากส้ม


มอง เผินๆ อาจเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ลำพัง “น้ำอุ่น” ที่เขานำมาใช้ในการล้างรถก็ถือว่าสลับซับซ้อนและยุ่งยากพอสมควร เพราะแต่ละส่วนของรถยนต์จะถูกล้างด้วยน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน (ตั้งแต่ 40-140 องศาเซลเซียส) นี่ยังไม่นับรวมการใช้น้ำยาทำความสะอาดอีกประมาณ 100 ชนิด และขั้นตอนต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน รวมทั้งการอบไอน้ำบริเวณล้อรถที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส (ด้วยเครื่องอบไอน้ำที่ซื้อมาจากองค์กรด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย “เอ็มอาร์เอสเอ” โดยเฉพาะ)


เขากล่าวว่า “ก่อนเริ่มต้นทำงานทุกครั้งผมจะทำให้รถสะอาด ปราศจากขึ้ฝุ่น สิ่งสกปรก และสิ่งปนเปื้อนเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นผิวเป็นรอย จากนั้นผมจะทำความสะอาดรถทุกคันอย่างพิถีพิถัน แม้ว่าวิธีการล้างรถยนต์ตามแบบฉบับของผมจะค่อนข้างยุ่งยากและเต็มไปด้วยขั้น ตอนต่างๆ มากมาย แต่ผมก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ในทุกๆ ขั้นตอนโดยไม่มีการปล่อยปละละเลย มีบ่อยครั้งที่ผมต้องทำงานแบบโต้รุ่งเพราะต้องการให้รถยนต์เหล่านี้ถูกขับ ออกไปในสภาพที่ดูดีที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จำได้ว่าครั้งแรกที่ทำความสะอาด “เฟอร์รารี่ เอนโซ่” ผมใช้เวลาในการทำงานนานราว 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นทุกครั้งหลับตาผมจะเห็นแต่ภาพรถยนต์เฟอร์รารี่สีแดง”
 
 

สุดยอดบริการของเขายังรวมถึงขั้น ตอนการขัด พื้นผิวทุกตารางนิ้วไม่ว่าจะเป็นด้านใน-ด้านนอก ด้วยกรรมวิธีการขัดและขัดเงารวมทั้งสิ้น “5 ครั้ง” เขาใช้แม้กระทั่งกล้องจุลทรรศน์คอมพิวเตอร์ (ที่ปกติมักใช้กันในหมู่นักนิติวิทยาศาสตร์) เพื่อนำมาตรวจสอบรอยด่างหรือริ้วรอยขีดข่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เปล่าบริเวณตัวถัง


อีกทั้งยังใช้เครื่องสแกนอีเล็กทรอนิกส์ สำหรับวัดความหนาของสี เพื่อให้รู้ว่าสามารถใช้กระดาษทรายชนิดที่มีความละเอียดสูงขัดลึกลงไปได้ เท่าใด ซึ่งบรรดาอุปกรณ์ เครื่องมือ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เขาเลือกนำมาใช้งานล้วนแล้วแต่มีคุณภาพสูงและมีราคาแพงที่สุดในโลกแทบ ทั้งสิ้น(เฉพาะแว็กซ์ธรรมชาติจากประเทศบราซิลก็มีราคาสูงถึงถังละกว่า 4 แสนบาท)
 
 
เห็นเขาทำงานแบบมือโปรอย่างนี้ ต้องบอกว่าเกิดจากพรแสวงและใจรักล้วนๆ เพราะนายซาโฮต้าเรียนจบทางด้านการบัญชีที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และเทคนิคในการล้างรถเลยสักนิด


เขา เล่าว่าสมัยที่ยังเป็นเด็ก เขามักจะถือถังและฟองน้ำคอยอาสาล้างรถให้พ่อและเพื่อนบ้านฟรีๆ เสมอ พอเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มศึกษาค้นคว้าเทคนิคและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการล้างรถด้วยตัวเองอย่างจริงจัง หลังเรียนจบได้ไม่นานเขาก็สมัครเข้ารับการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจคาร์วอชโดยหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้มาประกอบกิจการส่วนตัว แต่เรียนได้ไม่นานก็เลิก เพราะเขาดันรู้ลึกรู้จริงกว่าช่างเทคนิคและวิทยากรที่มาสอน

หลังจาก นั้น เขาจึงขอใช้โรงรถของที่บ้านเปิดเป็นศูนย์บริการล้างรถ โดยเริ่มจากการเข้าไปติดต่อดีลเลอร์รถยนต์แอสตัน มาร์ติน เพื่อขอล้างรถหรูรุ่น “DB9″ ให้ฟรีๆ เมื่อได้เห็นฝีมือล้างรถขั้นเทพของนายซาโฮต้า เจ้าของดีลเลอร์ดังกล่าวรู้สึกประทับใจมากจึงนำรถหรูมาให้เขาดูแลเป็นประจำ แถมยังช่วยแนะนำศูนย์ล้างรถของเขาให้กับบรรดาลูกค้าและคนรู้จักอีกด้วย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็มีลูกค้าระดับมหาเศรษฐีและเหล่าคนดังมาใช้บริการเรื่อยๆ

แต่ การทำงานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่ภายในโรง รถที่บ้านเท่านั้น ที่ผ่านมาเขาต้องเดินทางไปทำความสะอาดรถยนต์ให้ลูกค้าในแถบยุโรปพร้อมกับ น้ำยาและอุปกรณ์ชุดใหญ่หลายครั้ง และชื่อเสียงของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในยุโรปเท่านั้น แม้แต่ลูกค้าในแถบตะวันออกกลางก็เคยเรียกใช้บริการเขามาแล้วเช่นกัน
 
 

ปัจจุบัน เขากำลังจะย้ายศูนย์บริการจากโรงรถที่บ้านพ่อแม่ไปยังอาคารแห่งหนึ่งในเมือง วูซสเตอร์ (Worcester) เพื่อให้การทำธุรกิจแลดูเป็นกิจลักษณะมากขึ้น เขากล่าวว่า “ถ้าคุณนำรถใหม่มาให้ผมทำความสะอาด ผมจะทำให้รถของคุณแลดูใหม่ยิ่งกว่า แต่ถ้าเป็นรถเก่าแทนที่จะนำ (รถราคาหลายสิบล้าน) ไป พ่นสีใหม่ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเกือบ 5 ล้าน สู้จ่ายค่าบริการและให้เวลาผมแค่ไม่กี่อาทิตย์ แล้วผมจะทำให้รถของคุณดูดีกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยทีเดียว”
 
 
ข้อแนะนำในการล้างรถจากนายซาโฮต้า:
1. ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาดแล้วตีให้เป็นฟอง
2. ผสมน้ำอุ่นกับน้ำยาทำความสะอาดที่มีค่า PH เป็นกลาง 1 ถัง ส่วนอีกถังใช้น้ำอุ่นล้วนๆ
3. ควรใช้ถุงมือทำความสะอาดที่ทำจากขนแกะแทนฟองน้ำ
4. ล้างจากด้านบนลงล่างเสมอ
5. ในการเช็ดตัวถังและล้อ ควรแยกใช้ผ้าคนละผืน
6. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดล้อที่มีส่วนผสมของกรดและด่างในปริมาณ สูง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของซิลิโคนเพราะจะทำให้เกิดคราบ
7. ใช้ผ้าขนหนูแทนหนังชามัวร์ในระหว่างการเช็ดรถ
8. ตรวจสอบอุปกรณ์ทำความสะอาดให้ปราศจากฝุ่นผงก่อนนำมาใช้
9. เช็ดตัวถังเป็นรูปวงกลมเล็กๆ เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอย
10. ค่อยๆ ล้างอย่างตั้งใจและสนุกไปกับมัน
 
credit:@cloud&Paiking
 
 
 
สุดยอดดด *0*

edit @ 4 Nov 2010 00:15:26 by luz